ทำความเข้าใจเกี่ยวกับมอเตอร์เกียร์รูปแบบต่างๆ

มอเตอร์เกียร์

มอเตอร์ที่เราเห็นอยู่รอบตัวเรานั้น มีอยู่หลายแบบ แต่ที่เราเห็นกันเป็นส่วนใหญ่ จะเป็นมอเตอร์แบบธรรมดามากกว่า นั่นก็คือเป็นมอเตอร์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานกลเลย อย่างเช่นพวกพัดลมเป็นต้น แต่ยังมีมอเตอร์อีกหลายชนิด ที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้หรือว่าเคยเห็นมาก่อน หากไม่ใช่คนที่ทำงานหรือศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของอุปกรณ์ไฟฟ้ามา นั่นก็คือมอเตอร์เกียร์ มอเตอร์ชนิดนี้เราจะเห็นได้ไม่บ่อยนัก

แต่ก็มีอยู่รอบตัวเราเช่นกัน อย่างเช่นพวกลิฟต์ หรือว่าบันไดเลื่อนที่เราขึ้นลงกันบ่อยๆ ล้วนแต่มีอุปกรณ์มอเตอร์ชนิด เข้ามาเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น โดยจะทำหน้าที่ทดรอบของมอเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน อย่างเช่น 1/60 รอบ1/40 รอบ 1/50 รอบ  เป็นต้น เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของการใช้งานแต่ละแบบ

โดยจะแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลักต่อไปนี้ก็คือ

-Spur Gear เป็นมอเตอร์เกียร์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในภาคอตสาหกรรม เพราะราคาไม่สูงมาก และยังสามารถประกอบได้ง่าย ใช้งานได้ดี มีความปลอดภัยสูง แต่อาจจะไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความเงียบ เพราะมอเตอร์ชนิดนี้จมีเสียงดังมาก เมื่อมีการทำงานในรอบสูง

– Helical ข้อดีของมอเตอร์ชนิดนี้คือสามารถติดตั้งได้หลายรูปแบบ ตามลักษณะของงานแต่ละประเภท และยังไม่มีเสียงดังรบกวนขณะที่มอเตอร์ทำงานอีกด้วย สำหรับข้อเสียของมอเตอร์ชนิดนี้ก็คือ มักจะมีประสิทธิภาพต่ำเวลาใช้งานจริง  และยังมีการสูญเสียกำลังเยอะด้วย ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าที่ควร

-Bevel เป็นการผสมผสานระหว่างมอเตอร์แบบเฟืองตรงและเฟืองแบบโค้ง สำหรับมอเตอร์ชนิดนี้จะเหมาะกับงานที่ต้องการกำลังสูง และเสียงเงียบ มอเตอร์ชนิดนี้จะถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว และยังมีความทนทนในการใช้งานมาก ไม่สึกหรอง่ายเหมือนกับมอเตอร์ชนิดอื่น แต่การประกอบอาจจะต้องใช้คนที่มีความชำนาญมากหน่อย เพราะว่าเป็นมอเตอร์ที่ประกอบยาก

– Worm เป็นมอเตอร์เกียร์ ที่มีเกียร์ประกอบขึ้นมาสองชนิด นั้นก็คือล้อและเฟือง จุดเด่นของมอเตอร์แบบตัวหนอนก็คือ มีเสียงที่เงียบมากและสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แต่ข้อด้อยของมอเตอร์ชนิดนี้ก็คือ มักจะมีการสูญเสียที่สูงมากขึ้น เมื่อมีรอบการทำงานที่สูง จึงทำให้มอเตอร์แบบเฟืองตัวหนอน ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

-Rack ลักษณะของเฟืองเกียร์ของมอเตอร์ชนิดนี้ จะมีลักษณะที่ดูแล้วคล้ายกับสะพาน จุดเด่นของมอเตอร์ชนิดนี้คือสามารถเอาไปประยุกต์ใช้งาได้หลากหลาย ทั้ง แต่ก็อาจจะมีข้อด้อยคือไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะของเฟืองมอเตอร์เกียร์ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อดูไปแล้วก็จะเห็นได้ชัดเลยว่า แต่ละแบบแต่ละชนิดของเฟือง ก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ฉะนั้นในการใช้งาน จึงต้องเลือกชนิดของมอเตอร์ และชนิดของฟองเกียร์ให้เหมาะสมกับงาน

เพื่อให้มอเตอร์ได้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือถ้าไม่มั่นใจว่าลักษณะงานที่เราต้องการจะเอา มอเตอร์เกียร์ มาใช้ จะต้องใช้แบบไหน ก็ให้สอบถามจากช่างหรือว่าร้านที่ขาย ว่าเราจะเลือกมอเตอร์ชนิดไหนดี ให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา